ฤกษ์งามยามปารีส A Moveable Feast





แฮดลีย์และเฮมิงเวย์ขึ้นเรือเลโอโปลดา (Leopolda) เดินทางมาปารีส เปิดประตูสู่โลกใหม่ ที่ซึ่งพวกเขาได้พบกับเหล่านักเขียนและสถานที่มากมาย กิจกรรมและการใช้ชีวิตของคู่รักนักเขียนหนุ่มที่ปรากฏใน A Moveable Feast คือ 6 ปีแรกในการพยายามเป็นนักเขียนของ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ โดยมีแฮดลีย์เผชิญชีวิตอยู่เคียงข้าง 



หนังสือ ฤกษ์งามยามปารีส
ผู้เขียน เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์
ผู้แปล ไพรัช แสนสวัสดิ์
สำนักพิมพ์ Shine Publishing House
เวลาพิมพ์ ตุลาคม 2019
ISBN 9786167939131
ขนาดรูปเล่ม กว้าง 105 มม. สูง 178 มม. หนา 14 มม.
เนื้อใน กระดาษถนอมสายตา พิมพ์ขาวดำ
ปก สี่สี เคลือบซอฟท์ทัช
จำนวนหน้า 252 หน้า
ราคาปก 250 บาท



โปรยปกหลัง

เรื่องราวของคู่รักหนุ่มสาว
แฮดลีย์และเฮมิงเวย์
กับการทำตามความฝันให้เป็นจริง 
ณ ปารีสต้นศตวรรษที่ 20 
ในเวลาที่ค่าครองชีพราคาถูก 
ดึงดูดเหล่านักเขียนให้มาใช้ชีวิต 
ในเมืองที่อบอวลไปด้วย 
กลิ่นอายเสน่ห์ที่ยากจะลืม 

6 ปีแรกกับการพยายามเป็นนักเขียน
ของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์หนุ่ม 
กับภรรยาสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน 
และเหล่านักเขียนโมเดิร์นนิสต์
ที่กำลังสร้างผลงาน...



สารบาญ 

คำนำ   009
หมายเหตุ   011
คาเฟ่ดีๆ แห่งหนึ่งที่จัตุรัสแซงต์-มิแชล   015
คุณสไตน์สอน   022
คนรุ่นที่สูญหาย   035
เชกสเปียร์ แอนด์ คัมปานี   044
ผู้คนแถวแม่นํ้าแซน   049
ฤดูใบไม้ผลิเทียม   055
จุดจบของงานอดิเรก   067
ความหิวโหยคือวินัยดี   074
ฟอร์ด มาด็อกซ์ ฟอร์ด กับ สาวกซาตาน   085
โรงเรียนแห่งใหม่   095
จิตรกรพาสชิน   103
เอซรา พาวด์ กับ เบล เอสปรีต์   111
ตอนจบอันสุดประหลาด   119
ชายผู้ถูกความตายหมายหัว   123
เอวัน ชิปแมน   132
ตัวแทนสิ่งโฉดชั่ว   142
สก็อต ฟิตซ์เจอรัลด์   147
เหยี่ยวไม่เคยแบ่งปัน   183
เรื่องของขนาด   193
ไม่มีจุดสิ้นสุดสำหรับปารีส   199
หมายเหตุผู้แปล   228
เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ กับ ‘A Moveable Feast’    238
เกี่ยวกับผู้แปล ไพรัช แสนสวัสดิ์   243
แฮดลีย์และเฮมิงเวย์   245



คำโปรยก่อนเข้าเรื่อง

หากคุณโชคดีที่ได้มีโอกาสอยู่อาศัยในปารีสระหว่างที่ยังเป็นหนุ่มน้อย หลังจากนั้นไม่ว่าคุณจะไปอยู่อาศัย ณ แห่งหนใดจนตลอดชีวิต มันก็จะตรึงตราอยู่กับคุณไปตลอดกาล เพราะปารีสคืองานฉลองที่เคลื่อนย้ายได้

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์
ถึงมิตรคนหนึ่ง 1950



คำนำ

ด้วยเหตุผลที่มีอยู่มากพอสำหรับผู้เขียน หลากหลายสถานที่ ผู้คน การสังเกตการณ์ และความประทับใจอันมากมาย ได้ถูกละเว้นไว้ไม่ให้ปรากฏในหนังสือเล่มนี้  บางสิ่งเป็นความลับและบางเรื่องก็เป็นที่รู้จักดีของใครต่อใคร และทุกคนได้เขียนเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นมาบ้างแล้ว และยังจะเขียนอีกต่อไปอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่มีการกล่าวถึงสเตเด อนาสตาซี ที่ซึ่งนักมวยเป็นพนักงานเสิร์ฟ มีโต๊ะอาหารอยู่ใต้ต้นไม้และมีสังเวียนตั้งอยู่ภายในสวน ทั้งไม่มีการฝึกฝนกับลาร์รี เกนส์ และการต่อสู้ยี่สิบยกอันยอดเยี่ยมที่สนามกีฬาฤดูหนาว ไม่มีมิตรสหายชั้นเลิศเช่น ชาร์ลี สวีนนีย์, บิล เบิร์ด และไมค์ สเตรเตอร์ หรืออังเดร แมสซอง กับมิโร ไม่มีการเอ่ยถึงการเดินทางของเราไปที่ป่าดำ หรือการสำรวจป่าที่เรารักภายในวันเดียวโดยรอบปารีส มันอาจจะดีถ้าหากมีสิ่งเหล่านั้นอยู่ในหนังสือเล่มนี้ แต่ตอนนี้เราจะต้องทำไปแบบนี้ก่อนโดยไม่มีเรื่องราวเหล่านั้น

หากผู้อ่านชอบหนังสือเล่มนี้ก็อาจถือเอาเสียว่ามันเป็นนวนิยาย แต่มีโอกาสอยู่เสมอที่หนังสือนวนิยายเช่นนี้จะส่องทางให้เห็นถึงบางสิ่งที่เขียนไว้ในฐานะเรื่องจริง

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์
ซานฟรานซิสโก เดอ พอลล่า, คิวบา
1960



หมายเหตุ 

เออร์เนสต์เริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้ที่คิวบา ระหว่างฤดูใบไม้ร่วงปี 1957 แล้วทำงานกับมันต่อที่เคตชัม, ไอดาโฮ ระหว่างฤดูหนาวปี 1958-59 นำพามันไปกับตัวเขาถึงสเปนตอนเราไปที่นั่นเมื่อเมษายน 1959 แล้วนำมันกลับมาด้วยจนถึงคิวบา และจากนั้นก็ต่อไปที่เคตชัม ปลายฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น เขาเสร็จสิ้นการทำหนังสือเรื่องนี้ระหว่างฤดูใบไม้ผลิปี 1960 ในคิวบา หลังจากละมันไว้แล้วไปเขียนหนังสืออีกเล่มหนึ่ง The Dangerous Summer เกี่ยวกับการขับเคี่ยวอันดุเดือดระหว่างอันโตนิโอ ออร์โดเนซ กับ ลุยส์ มิเกลโดมินกิน ในแวดวงสังเวียนสู้วัวกระทิงของสเปนระหว่างปี 1959  เขาปรับแต่งแก้ไขเนื้อหาของหนังสือนี้ระหว่างฤดูใบไม้ร่วงปี 1960 ที่เคตชัม เนื้อหาของหนังสือเกี่ยวข้องกับปี 1921-26 ในปารีส 

เอ็ม. เอช.



เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ กับ ‘A Moveable Feast’

ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เฮมิงเวย์ในฐานะผู้สื่อข่าวได้เข้าร่วมในเหตุการณ์วันดี-เดย์ ปี 1944 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้แนวหน้าของการสู้รบที่คืบขยายออกจากชายหาดนอร์มังดี เขามีโอกาสติดตามหน่วยทหารที่เข้าปลดปล่อยมหานครปารีสแล้วได้พบกับมิตรสหายดั้งเดิมจำนวนหนึ่งด้วยความยินดี แต่ยังมีบางสิ่งที่เขาหลงลืมทิ้งไว้ที่นั่นเมื่อ 20 ปีก่อนหน้า

หลังจากผ่านการผจญภัยหลายเหตุการณ์ เดือนพฤศจิกายน 1956 ขณะกลับมายังปารีส เฮมิงเวย์ได้รับบอกกล่าวให้ทราบถึงหีบเก็บของ 2 ใบที่เขาทิ้งไว้ในโรงแรมริตซ์ตั้งแต่ปี 1928 แล้วไม่เคยมาเอาคืน เมื่อเปิดหีบออกดู พบว่าในนั้นเต็มไปด้วยสิ่งของและสมุดบันทึกของเขาในช่วงระหว่างทศวรรษ 1920 ขณะอยู่อาศัยที่ปารีส

ด้วยความตื่นเต้นกับการค้นพบ เมื่อเขากลับไปคิวบาช่วงต้นปี 1957 เขาเริ่มปรับแต่งชิ้นงานที่กู้กลับคืนมาจากบันทึกเก่าเพื่อสร้างให้เป็น A Moveable Feast ในกาลต่อมา เขานำต้นฉบับเหล่านั้นติดตัวไปด้วยในหลายหนแห่ง ทั้งที่สเปน คิวบา และสหรัฐอเมริกา

ปี 1959 เขาใช้เวลาทำงานเขียนแบบเข้มข้น ปรับแก้ เขียนเพิ่มเติมนวนิยาย 3 เรื่องสุดท้ายที่ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟที่ฮาวานา แล้วหันมามุ่งเน้นอยู่กับการปรับแต่ง A Moveable Feast จนแล้วเสร็จ (มีกำหนดจะตีพิมพ์ในปีถัดมา) นักเขียน ไมเคิล เรย์โนลด์ส (Michael Reynolds) อ้างว่านั่นคือช่วงเวลาที่เฮมิงเวย์เลื่อนไหลเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าซึ่งเขาไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้อีกเลย หากเป็นจริง A Moveable Feast น่าจะถือได้ว่าเป็นผลงานเขียนแบบจริงจังชิ้นสุดท้ายในชีวิตเขา

หลังจากมรณกรรมของเฮมิงเวย์ในปี 1961 ภรรยาม่าย แมรี่ เฮมิงเวย์ ในฐานะผู้บริหารชิ้นงานวรรณกรรมของเขาได้แก้ไขสำเนาต้นฉบับครั้งสุดท้ายก่อนการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1964 ซึ่งเธอได้ลงพิมพ์ ‘หมายเหตุ’ ของเธอไว้ด้วย และนักเขียน เอ. อี. ฮอตชเนอร์ (A. E. Hotchner) ยืนยันภายหลังว่า แมรี่ไม่ได้ปรับแก้อะไรต้นฉบับเดิมมากมายนัก ชื่อ A Moveable Feast (วันฉลองศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้กำหนดวันที่) เป็นการแนะนำโดยฮอตชเนอร์ผู้เป็นทั้งสหายสนิทและผู้เขียนชีวประวัติของเฮมิงเวย์ (Papa Hemingway)

ปี 2009 มีการตีพิมพ์ A Moveable Feast ฉบับใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Restored Edition’ จัดทำโดย ฌอน เฮมิงเวย์ (Seán Hemingway) ผู้ช่วยผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิตัน ผู้เป็นหลานปู่ของเฮมิงเวย์กับพอลลีน ไพเฟอร์ (ภรรยาคนที่ 2) ฌอนได้ทำการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งไปจากต้นฉบับเดิม และถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยผู้เกี่ยวข้องอย่างมาก 

ในยุคใหม่ หลังจากเหตุก่อการร้ายที่ปารีสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2015 ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งร้ายแรงสุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  A Moveable Feast กลับมาขึ้นสู่อันดับหนังสือขายดีที่สุดในฝรั่งเศส สำหรับบริบทของการโจมตีครั้งนั้นชื่อหนังสือในภาษาฝรั่งเศส Paris est une fête เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านและการเฉลิมฉลองที่มีศักยภาพอย่างยิ่ง ยอดขายหนังสือเพิ่มขึ้นสูงอีกครั้ง และตัวเล่มหนังสือนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยรวมอยู่กับหมู่ดอกไม้และเทียนในสถานไว้อาลัยที่ก่อตั้งขึ้นโดยชาวปารีสทั่วทั้งเมือง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประสบเคราะห์กรรมจากการโจมตี 

Comments